วิธีเคลมสายรัดข้อมือ อินบอดี้ (Inbody)

สวัสดีสำหรับคนที่ใช้สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อินบอดี้ (Inbody) หากวันนึงสายรัดข้อมือสุดรักของคุณเกิดอาการรวน เสีย ไม่ปกติเช่นทุกวันที่ผ่านมา แก้ยังไงก็ไม่หาย เช่น แบตเตอรี่หมดเร็ว บลูทูธไม่เชื่อมต่อ สรุปว่า “เสีย” แล้วเราจะทำอย่างไรกับสายรัดข้อมือสุดรักนี้ดี ผมมีคำตอบ

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody

ขั้นตอนวิธีการ

  1. ตรวจเช็คเบื้องต้นก่อนให้แน่ใจว่า ผิดปกติแน่นอน เพราะจะได้ไม่เสียเวลาตอนนำไปเคลม
  2. เมื่อแน่ใจว่า เสียแน่นอน นำเครื่องไปเคลมที่ สนง.ใหญ่แอมเวย์ หรือแอมเวย์ช้อปสาขาต่าง ๆ
  3. ติดต่อที่แผนกบริการหลังการขาย
  4. กดบัตรคิว แล้วรอเรียกรับบริการครับ
การรับประกันของสายรัดข้อมือสุขภาพ Inbody

การรับประกันของสายรัดข้อมือสุขภาพ Inbody

เงื่อนไขการรับประกัน

ปีที่ 1

  • เริ่มนับการรับประกันจากวันที่เราลงทะเบียน เชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ (BodyKey) (ไม่ได้นับจากวันที่ซื้อนะครับ)
  • รับประกัน เหตุที่เกิดจากกระบวนการผลิตเท่านั้น
  • การรับประกัน คือ เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที พร้อมสายรัด (ต้องนำตัวเครื่องพร้อมสายรัดเดิมที่ซื้อมา มาคืนด้วยนะครับ ถ้าไม่มีสายเดิม จะเปลี่ยนได้แค่ตัวเครื่องเท่านั้น)

ปีที่ 2

  • กรณีเกินปี แต่ไม่เกิน 2 ปี (ตรวจสอบข้อมูลได้จากแผนกบริการหลังการขาย)
  • รับประกัน เหตุที่เกิดจากกระบวนการผลิตเท่านั้น
  • การรับประกัน คือ เปลี่ยนเฉพาะตัวเครื่องให้ใหม่ ต้องรอรับเครื่องใหม่ประมาณ 3 เดือน เพราะเป็นการส่งเครื่องไปเคลมที่เกาหลีครับ เลยต้องใช้เวลานิดนึง

ปีต่อไป

  • กรณีเกิน 2 ปี แล้วสายรัดข้อมืออินบอดี้เสีย กรณีนี้ก็ต้องซื้อใหม่สถานเดียวครับ เพราะเกินระยะเวลารับประกัน 2 ปีไปแล้ว ไม่มีการรับซ่อม

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อินบอดี้ (Inbody) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยที่คอยช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ง่าย และสะดวกขึ้น แต่อุปกรณ์ก็อาจจะรวน หรือเสีย เป็นธรรมดาครับ แต่เขารับประกันเปลี่ยนให้ตั้ง 2 ปี ผมถือว่า คุ้ม ครับ ของผมเข้าปีที่ 3 แล้วยังใช้ได้ดีอยู่ครับ ขอให้ทุกคนที่อ่าน รูปร่างสลิม สมใจอยากกันทุกคนครับผม

เครดิตขอบคุณ ภาพประกอบจาก http://www.gratisography.com

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

 

วิธีแก้ปัญหา เมื่อสายรัดลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody) ไม่เชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ บนสมาร์ทโฟน

เคยเจอปัญหาสายรัดลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody) อยู่ดี ๆ ก็ไม่ยอมซิงค์ หรือไม่ยอมเชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ มั๊ยครับ ? ทำให้เราไม่สามารถที่จะซิ้งค์ หรือวัดค่าใด ๆ เช่นที่เคยทำทุกวันหลังตื่นนอนได้ มันช่างหงุดหงิดใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอย่างพวกเรากันจริง และไม่ว่าจะทำอย่างไร ? ทั้งวันก็แก้ไม่ได้ Reboot สมาร์ทโฟนใหม่ก็แล้ว ปิด-เปิด บลูธูท ไวไฟ ใหม่หลายครั้งก็แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมียนเดิมเลยก้าบผม!!!! จะโมโห หงุดหงิดมากก็กลัวมีผลต่อฮอร์โมน ทำให้การลดน้ำหนักเสียหายได้  (จริง ๆ น่ะ อิอิ หงุดหงิดจนแทบจะกลืนกินสายรัดอินบอดี้ ทั้งอันไปแว้ว!!)  หลังจากประสบกับปัญหานี้ ด้วยตัวเองมา ผมก็พบวิธีการแก้ปัญหาทำให้ไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป ก็โทรถามคอลเซ็นเตอร์แอมเวย์ล่ะครับ ก็ทำตามทุกอย่างที่เขาบอกก็ไม่สำเร็จ หลายรอบจนท้อใจ จนคอลเซ็นเตอร์บอกว่า  “พี่สะดวกเอาสายรัดอินบอดี้เข้ามาตรวจเช็คที่ สนง.ใหญ่ มั๊ยครับ”  เอาละดิ ต้องไป สนง. ใหญ่เลยเหรอ บอกตรงไม่อยากไปครับ รถติด เสียเวลา เปลืองน้ำมันรถด้วย น้องคอลเซ็นเตอร์เลยบอกว่า “พี่ครับ มีอีกวิธีนึง เป็นวิธีสุดท้ายให้พี่ลองทำดู แต่ถ้าไม้ได้พี่ก็คงต้องมา สนง. ใหญ่แล้วละครับ”  ผมตอบอย่างเร็ว  “โอเค บอกมาเลย”  ฟังวิธีการเสร็จ ผมก็จำแล้วกลับมาทำที่บ้าน (ตอนนั้นขับรถอยู่ และวิธีนี้ต้องใช้เวลา) แม่จ้าว! มันได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ครับ แจ่มว้าว! จินจิน เป็นมาสองครั้ง แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็ได้ผลดีทั้งสองครั้ง พิสูจน์มาแล้ว รับประกันได้เลย  (ถ้าไม่ได้ก็แสดงว่าตัวสายรัดอินบอดี้ เสียละครับ อันนั้นก็ต้องส่ง สนง. ใหญ่ครับ)  เอาละครับ มาดูวิธีการกันเลยดีกว่า ตามนี้เลย (ของผมใช้ไอโฟนนะครับ เป็นระบบ iOS ส่วนคนที่ใช้ Android ก็น่าจะคล้าย ๆ กันนะครับ พอดีผมไม่เคยใช้ ขออภัยด้วยครับ)

ขั้นตอนการแก้ปัญหาสายรัด อินบอดี้ (Inbody)

  1. ปล่อยทิ้งสายรัดอินบอดี้ (หมั่นไส้ อยากทำให้หงุดหงิด) ไว้จนกระทั่งแบตเตอรี่หมด (หน้าจอดับ กดไม่มีอะไรขึ้นมาเลย) นั่นแหละที่บอกว่าใช้เวลา
  2. นำสายรัด อินบอดี้ มาเสียบชาร์จไฟ จนกระทั่งเต็ม 100% นี่ก็ใช้เวลา
  3. เอาสมาร์ทโฟนมาแล้ว เข้าไปในแอพ Settings ของสมาร์ทโฟนแล้ว ทำการปิด Bluetooth ปิด Wi-Fi
  4. เข้าแอพ Bodykey แล้วเข้าไปลบอุปกรณ์ สายรัดอินบอดี้
  5. เข้าไป Log out หรือออกจากระบบ ในแอพ Bodykey
  6. ทำการลบแอพ ที่เปิดค้างอยู่ในสมาร์ทโฟนให้หมด
  7. ให้ทำการ Reboot สมาร์ทโฟนซะหนึ่งครั้ง
  8. หลังจาก Reboot สมาร์ทโฟนแล้ว ให้เข้ามาเปิดแอพ Bodykey ขึ้นมา
  9. แอพ Bodykey จะให้เราใส่ เบอร์มือถือ และรหัสผ่าน ก็ใส่ตามนั้น
  10. เรียบร้อยแล้ว เข้าไปที่การตั้งค่า อุปกรณ์ เลือกสายรัดอินบอดี้ และทำตามขั้นตอน (มีให้ไปเปิด Bluetooth ของสมาร์ทโฟนด้วย)

ทำตามวิธีที่ผมบอกดูนะครับ รับรองเรียบร้อย แต่ถ้าไม่เรียบร้อยหรือสงสัยขั้นตอนตรงไหน ใจเย็น ๆ

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

1 วันกับสายรัดข้อมือช่วยลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody)

ในปัจจุบัน เราคงจะคุ้นเคย หรือเคยเห็นสายรัดข้อมือกันมากขึ้นนะครับ ตัวสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody คือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวที่ “สามารถวัดมวลกล้ามเนื้อ และมวลไขมันได้ ” มันจึงเป็นสายรัดข้อมือที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมเมื่อปี 2015

CES (Consumer Electronics Show ) คือมหกรรมงานแสดงแสนยานุภาพด้านเทคโนโลยี่เพื่อผู้บริโภค จัดขึ้นประจำทุกต้นปี (ประมาณเดือนมกราคม) ณ เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา  ถือได้ว่าเป็นระดับโลกที่ถูกจับตามมองจากสื่อ เป็นงานที่เหล่าบรรดาผู้ผลิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย จะนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเองออกมาเรียกกันง่ายๆว่า “โชว์ของ” และที่นี้ที่ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นหรือบ่งบอกถึงเทรนด์ด้านอุตสาหรรมอิเลคโทรนิคส์สมัยใหม่ของประจำปีเลยก็ว่าได้ 

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody เป็นตัวช่วยให้เราลดน้ำหนักให้ง่ายขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่ไม่รู้ว่า…. แล้วในแต่ละวันเราต้องทำอะไร ? หรือใช้งานอย่างไร ? เรามาดูกันว่าใน 1 วันกับ Inbody มีอะไรบ้าง ? มี 4 ขั้นตอน ดังนี้เลย….

S__1941506

การวัดองค์ประกอบร่างกาย

1. วัดองค์ประกอบของร่างกาย หลังจากที่เราตื่นนอน (มวลกล้ามเนื้อ, มวลไขมัน) ทำตามนี้เลย

  • เข้าห้องน้ำขับถ่ายให้เรียบร้อย
  • ชั่งน้ำหนัก (ควรใช้ตาชั่งดิจิตอล)
  • เปิดแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
  • ยืนนิ่ง ก่อนการวัดองค์ประกอบของร่างกาย

เพื่อความถูกต้องและแม่นยำในการวัดปฏิบัติตามนี้เลย

  • ห้ามรับประทานหรือดื่มน้ำก่อนการทดสอบ
  • ห้ามออกกำลังกายก่อนการทดสอบ
  • ทดสอบในเวลาเช้าดีที่สุด
  • ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง
  • มือทั้งสองข้างห้ามแตะถึงกันเด็ดขาด
  • ยืนตรงในท่าทางที่เหมาะสม คือ ยืนตรง นิ่งในขณะที่ทำการวัดค่าองค์ประกอบร่างกาย
  • เป็นไปได้เพื่อความแม่นยำ วัดในขณะที่เราปราศจากเสื้อผ้า (อย่าลืมล็อกประตูด้วยนะครับ)
S__1941507

บันทึกรายการอาหารที่กิน

2. บันทึกรายการอาหารที่กินให้ครบถ้วน

  • บันทึกทุกอย่างที่กินเข้าปาก มีรายการอาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน สามารถค้นหาได้ในแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
  • ขณะบันทึกให้ดูที่ปริมาณของอาหารด้วย เช่น เป็นถ้วย เป็นจาน เป็นปริมาณกี่กรัม ช้อนชา ช้อนโต๊ะ เป็นต้น
  • ให้บันทึกแคลอรี่ของอาหารแต่ละอย่างสูงกว่าปกติ เช่น 1/4 จาน ก็ใส่ไป 1/2 จานแทน (เพราะในความเป็นจริงเรามักจะเข้าข้างตัวเองว่ากินน้อย แต่ความจริงเรากินปริมาณมากกว่าที่คิด)
  • เคล็ดลับ “กินให้ครบ 3 มื้อ, ไม่กินดึก”
S__1941508

บันทึกการเคลื่อนไหว และกิจกรรม

3. ใส่สายรัดเพื่อบันทึกการเคลื่อนไหว และกิจกรรม

  • พยายามเดินให้เข้าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เช่น 8,000 ก้าว, 10,000 ก้าว
  • พยายามปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมเพื่อให้มีกิจกรรมมากขึ้น เช่น เปลี่ยนจากใช้ลิฟท์เป็นการเดินแทน เป็นต้น
  • ลดการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก หรืออุปกรณ์ผ่อนแรงลงไปบ้าง
  • สามารถแข่งขันกับเพื่อนๆ ที่ร่วมลดน้ำหนักและใช้สายรัดข้อมือ Inbody ได้ เพิ่มแรงจูงใจ และสนุกกับการแข่งขัน
S__1941509

บันทึกคุณภาพการนอน

4. ใส่สายรัดขณะนอนหลับ เพื่อบันทึกคุณภาพการนอน

  • Inbody สามารถบันทึกได้ว่าเรานอนมากน้อย มีคุณภาพแค่ไหน หลับสนิท หลับตื้น หรือตื่นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อน้ำหนักตัวของเรา เป็นข้อมูลช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมการนอนของเราให้ดีขึ้นได้
  • เราควรนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน นอนน้อยมีผลให้ไขมันเพิ่ม
  • นอนก่อน 4 ทุ่ม จะดีมาก
  • อย่านอนดึก ไม่เช่นนั้น เช้ามาไขมันพุ่งกระฉูดเชียวจะบอกให้ ขอเตือน!!!!

สายรัดข้อมือ Inbody เป็นเสมือนเลขาผู้ช่วยที่คอยรายงานข้อมูลต่างๆ ให้กับเราได้รู้และปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมการใช้ชีวิตของเราให้ดีขึ้น แต่อย่าเข้าใจผิด คิดว่าใส่สายรัดข้อมือแล้วผอมเลย หลักของการลดน้ำหนักคือ In กับ Out และความรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ยิ่งได้ความรู้และประสบการณ์จากคนที่ผ่านการลดน้ำหนักสำเร็จมาก่อน จะทำให้เราประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น (เนื้อหาจากประสบการณ์ที่ใช้สายรัดข้อมือ Inbody ร่วมกับการเข้าคอร์สลดน้ำหนักของผมเอง)

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

ลดน้ำหนักกับโปเกมอน สนุก สุขภาพดี อินเทรนด์!

เก็บได้กี่ตัวแล้ว ? อยู่เวลไหนแล้ว ? แถวไหนมีโปเกมอนให้จับเยอะๆ ? ช่วงนี้ทั้งประเทศไทยมีกิจกรรมระดับประเทศคือ เล่นเกมส์จับโปเกมอน ปกติผมเป็นคนที่ไม่เล่นเกมส์อะไรพวกนี้ ในมือถือแทบไม่มีเกมส์เลย มีก็แค่ถอดไพ่ Solitaire เอาไว้เล่นเพลินๆ ผ่อนคลาย เจอกระแสคลื่นโปเกมอนจนต้องโหลดมาลองเล่นดู ไม่งั้นคุยกับคนอื่นไม่ได้เลย เพราะเขาคุยกันแต่เรื่องจับโปเกมอน ก็มีหลายคนที่บอกว่า ปัญญาอ่อนเล่นทำไมเสียเวลา เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กับชีวิตดีกว่า สร้างอนาคตก่อนดีมั๊ย ? (จริงจังกับชีวิตมาก เครียดไปป่าว!)

แต่พอลองเล่น เอ่อ! ก็หนุกดีนะ แล้วมันจะเอาไปช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร ? จากการเป็นโค้ชลดน้ำหนักให้กับเพื่อนๆ และคนที่อยากลดน้ำหนัก นอกจากการควบคุมแคลอรี่ที่กินเข้าไปแล้ว การใช้หรือเบิร์นแคลอรี่ออกไปก็สำคัญเช่นกัน ผมพบว่าคนที่อ้วนมักจะมีค่ากิจกรรมต่ำมากๆ ชอบอยู่นิ่ง ใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทุ่นแรงทุกอย่างเท่าที่มี พูดง่ายๆ อะไรที่ใช้แรง ฉันไม่เอา เหนื่อย ไม่ชอบ ไม่ทำ ไม่หนุกหนาน เบื่อ ฯลฯ

คนส่วนใหญ่ชอบทำสิ่งที่รู้สึกว่า ทำแล้วสนุก ได้โชว์ ได้อวดเพื่อนๆ อยู่ในโลกโซเชียล คุยเรื่องเดียวกัน ทำเรื่องเดียวกัน สรุปก็เป็นพวกเดียวกันถึงคุยกันรู้เรื่อง ผมว่านี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่าทำไมเกมส์ Pokemon Go ถึงเป็นกระแสที่แรงมากๆ ช่วงนี้ครับ แล้วการเล่นโปเกมอนมันต้องออกเดินไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อจับตัวโปเกมอนแต่ละแบบ สะสมบอล หาไข่ ฟักไข่ จุดนี้ละครับที่จะเอามาใช้ในการลดน้ำหนัก

กิจกรรมการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี ถ้าไม่ออกกำลังก็ควรเดินให้ได้วันละอย่างน้อย 10,000 ก้าว มีข้อมูลยืนยันว่า “การเดินวันละ 10,000 ก้าวช่วยลดไขมัน เผาผลาญแคลอรี่ และสุขภาพจะดีขึ้น” จากประสบการณ์ที่ได้โค้ชลดน้ำหนักมา คนส่วนใหญ่จะเดินแค่วันละ 3,000-4,000 ก้าวเท่านั้นโดยประมาณ  ก็เดินแค่เช้าเดินเข้าที่ทำงาน เที่ยงเดินไปกินข้าว (ร้านใกล้ๆ ที่ทำงาน) เย็นก็เดินไปขึ้นรถเมล์หรือขับรถกลับบ้าน ก็ดังเหตุผลที่ผมบอกละครับ เลยทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ของเราน้อยกว่า แคลอรี่จากอาหารที่กิน เกิดการสะสมไขมัน เราก็จะค่อยๆ น้ำหนักเพิ่มขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย จนโรคอ้วนมาเยือนเราในที่สุด

แต่ถ้าเราเล่นเกมส์โปเกมอน แล้วเดินเก็บโปเกมอนไปยังที่ต่าง ๆ สนุกด้วย ลืมไปเลยว่าเดินไปไกลเท่าไหร่แล้ว แบบว่า เห็นตัวโปเกมอนกระโดดท้าทาย หยอง หยอง ไม่ได้ต้องจัดการเก็บซะ สนุกจนลืมเหนื่อยไปเลย ผมเนี่ย! พอเที่ยงปั๊บ! รีบลุกออกจากโต๊ะทำงานทันทีเลย เดินออกไปนอกที่ทำงานเก็บโปเกมอน ก่อนหาร้านกินข้าว พอกินเสร็จก็ไม่รีบกลับเดินหาโปเกมอนอีกพักนึง เดินออกกำลังแบบเต็ม ๆ เก็บเช้า เที่ยง และเย็น รับรองเกิน 10,000 ก้าวแน่นอน แบบเพลินๆ เลยครับ

ถ้าเราไม่รู้ว่าเราเดินไปเท่าไหร่ ? สบายมากครับให้ โหลดแอพ Moves  มาไว้บนสมาร์ทโฟน แอพนี้สามารถบอกเราได้ว่า

  • Steps หรือจำนวนก้าวเดินของเรา ว่าเราเดินไปเท่าไหร่ ? ก็เอาให้ทะลุ 10,000 ทุกวันนะครับ
  • Distance ระยะทางที่เราเดินเป็นกิโลเมตร
  • Time บอกเวลาว่าเดินกี่นาที
  • Calories บอกว่าที่เราเดิน เผาผลาญไปกี่ แคลอรี่
  • Time line บอกสถานที่ที่เราไปว่าเป็นที่ไหนบ้าง ? เดิน วิ่ง หรือขับรถไป
Processed with MOLDIV

แอพ Moves

อีกวิธีนึงที่จะนับก้าวก็คือ ใช้สายรัดข้อมือ เช่น สายรัดข้อมือ Inbody เป็นตัวนับก้าวให้ครบ 10,000 ก้าว แถมสายรัดตัวนี้ยังสามารถวัดมวลกล้ามเนื้อ ไขมัน ได้ด้วยซึ่งเป็นสายรัดข้อมือยี่ห้อเดียวในปัจจุบันนี้ที่ทำได้ ทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นและลดได้จริง ๆ สายรัดข้อมือ Inbody ต้องใช้คู่กับแอพ Inbody บนสมาร์ทโฟนด้วย อย่าลืมโหลดล่ะครับ

Processed with MOLDIV

สายรัดข้อมือ Inbody

เป็นไงครับ สนุกด้วย เบิร์นแคลอรี่ไปด้วย เพื่อนๆ ผมที่ตอนแรกทำยังไงก็เดินก้าวไม่ถึง 10,000 ก้าวสักที ประทานโทษนะครับตอนนี้เดินทะลุ 10,000 ก้าวไป ก็เพราะเดินเก็บโปเกมอนนี่ละครับ แต่ก็แบ่งเวลาเล่นดีๆ อย่าให้เสียงานที่ทำนะครับ และระมัดระวังการเดินเล่นในบางพื้นที่ อาจจะเดินชนเสาไฟ ตกท่อ ออกถนน ระมัดระวังด้วยครับ ตอนนี้ขอตัวไปเก็บโปเกมอนก่อนนะครับ เลิกงานแล้ว แต่น แต๊น โปเกมอนจ๋า อยู่ไหน มามะ มาให้จับซะดีๆ

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

 

สายรัดข้อมือ Inbody มีประโยชน์จริงหรือเปล่า ?

ทำไมต้องใช้สายรัดข้อมือด้วย ทำไมต้องเป็นสายรัดข้อมือ Inbody อย่างอื่นไม่ได้เหรอ ? วันนี้ผมจะมาเขียนให้อ่านกันนะครับ จากประสบการณ์ที่ใช้งานจริง ว่ามันมีประโยชน์จริงๆ หรือเปล่า ? สมควรที่จะจ่ายเงินเพื่อสิ่งนี้มั๊ย ?

ประโยชน์ของสายรัดข้อมือ Inbody (ฟังก์ชั่นบางอย่างต้องใช้ร่วมกับ Application บน Smartphone)

  1. สามารถวัดมวลกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกายได้ ปัจจุบันเท่าที่ผมทราบนะครับยังไม่มีสายรัดข้อมือยี่ห้อใด วัดอย่างนี้ได้ นี้คือปัจจัยหลักของการลดน้ำหนักเลย การที่เราจะลดแบบไม่เกิดโยโย่! คือการลดน้ำหนัก (ไขมัน) แต่ต้องคงหรือสร้างกล้ามเนื้อด้วย ซึ่งสายรัด Inbody จะเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าของการลดน้ำหนักที่ถูกหลักการให้เราได้
    image

    วัดมวลกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกาย

  2. สามารถจับวัดกิจกรรมของเราในแต่ละวันได้ คือ การเดิน ซึ่งเป็นการเบิร์นแคลอรี่ที่ง่ายที่สุด สำหรับบางคนที่ไม่มีเวลาว่างไปฟิตเนสหรือออกกำลังกาย ก็เอาการเดินซึ่งอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วมาใช้ ง่ายดีครับ แถมเมื่อเรานั่งนิ่งๆ นานๆ เป็นชั่วโมง มันก็จะสั่นเตือนให้เรามีการเคลื่อนไหวตัวดีมั๊ยละครับ บางครั้งผมกะลังนั่งลอยๆ เพลินๆแบบไม่รู้ตัวสายรัดมันสั่นเตือนให้ Move เล่นเอาสะดุ้งเลยครับก็ต้องลุกขึ้นเดินขยับซะหน่อย!!
    image

    จับวัดกิจกรรมของเราในแต่ละวัน

  3. สามารถจับวัดการนอนของเราได้ ว่าหลับได้ดีมีคุณภาพแค่ไหน เพราะการนอนที่มีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพ มีผลต่อน้ำหนักตัวของเรา มันบอกได้ว่านอนหลับสนิทกี่นาที สดุ้งขยับตัวกี่ครั้ง ปกติไม่รู้หรอกครับ
    image

    จับวัดการนอนของเรา

  4. สามารถกำหนดแคลอรี่และจดอาหารที่เรากินในแต่ละวันได้ อันนี้ผมบอกได้เลยครับว่า การจดบันทึกแคลอรี่ของอาหารที่เรากินในแต่ละมื้อ แต่ละวัน มีความสำคัญยิ่ง เพราะมันจะเป็นตัวคอยเตือนสติของเราให้จดจ่อกับแคลอรี่เป้าหมาย ไม่หลุดจากโปรแกรมลดน้ำหนัก
    image

    กำหนดแคลอรี่และจดอาหารที่เรากินในแต่ละวัน

  5. สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ได้ แต่ต้องหยุดวัดนิ่งๆ นะครับ ไม่ได้วัดตลอดเวลาหรือเป็นช่วงๆ เหมือนพวก Apple Watch นะครับ ตอนออกกำลังเราก็จะได้รู้ว่าจะออกกำลังให้หัวใจเต้นที่เท่าไหร่ ? เป็นการตรวจเช็คสุขภาพหัวใจเราเบื้องต้นครับ
  6. สามารถเตือนว่ามีโทรศัพท์หรือข้อความเข้าได้บนสายรัด เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา ที่บนหน้าจอสายรัดก็จะมีรูปหูโทรศัพท์โชว์ขึ้นและสั่นเตือนด้วย ส่วนข้อความก็เช่นกันสั่นเตือนและมีรูปสัญญลักษณ์ข้อความโชว์ (แต่รับหรืออ่านไม่ได้นะครับ แค่เตือน! ต้องไปรับสายหรืออ่านที่โทรศัพท์สมาร์โฟนครับ)
  7. เป็นนาฬิกา ด้วยครับไว้ดูเวลา

ผมสรุปละกันนะครับว่า สำหรับผมสายรัดข้อมือ Inbody เป็นเสมือนผู้ช่วย เลขา ที่คอยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ช่วยเตือนสติของเราได้ตลอดเวลา เราสามารถค้นย้อนกลับไปดูได้ว่า การลดน้ำหนักของเราที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ต้องปรับตรงไหนบ้าง มีไว้ใช้เถอะครับดีต่อรูปร่างของเราแน่นอน ยิ่งในวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่ทำให้อ้วนง่ายมาก การที่มีอุปกรณ์สักชิ้นนึงคอยสะกิดเตือนคอยบอกถึงสิ่งที่ทำแล้วสุขภาพดี รูปร่างดี ไม่อ้วน ผมบอกเลยคุ้มค่าครับ

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

รู้ได้อย่างไร ? ว่าคุณอ้วน!

จริงดิ! ฉันอ้วนเหรอ…ไม่จริง ไม่จริ๊ง?

ประโยคนี้มักจะได้ยินกันบ่อยนะครับ
หรืออย่าง…ถึงอ้วนฉันก็น่ารักนะ! นั่น
ว่าไปได้เรื่อย ๆ หุหุ!! การที่มีคนทักก็
แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาเริ่ม
สังเกตุเห็นแล้วล่ะ ! แต่เราเลือกที่จะ
แกล้งมองไม่เห็น เอ้า! แล้วตกลงจะรู้
ได้อย่างไรว่า… อ้วนหรือไม่อ้วน มีวิธี
เช็คดูครับด้วยตัวเองง่าย ๆ ••>

1. ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย
คือ วัดมวลไขมัน, มวลกล้ามเนื้อ ทำ
ได้โดยใช้เครื่องชั่งหรืออุปกรณ์ที่มัน
สามารถวัดมวลไขมันและมวลกล้าม
เนื้อได้ และคำนวณให้เราดูได้ว่าเรา
อ้วนหรือไม่ เช่น เครื่องชั่งออมรอน
(Omron)
หรือสายรัดข้อมือ Inbody
เป็นต้น

2. คำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) สูตร
การคำนวณคือ
BMI = น้ำหนัก (กก.)/ส่วนสูง(ม.)
(ยกกำลังสอง)
ตย. หนัก 68 กก. สูง 173 ซม.
BMI = 78 กก. /(1.73 x 1.73)
ได้ค่า BMI = 26 นำไปเทียบกับ
ตารางนี้…

น้อยกว่า 18.0………….น้ำหนักน้อย
18.0-22.9……………..น้ำหนักปกติ
23.0-24.9………………น้ำหนักเกิน
25.0-29.9……………………….อ้วน
30.0-34.9……………….อ้วนมากก
35.0-39.9………………อ้วนรุนแรง
40.0 ขึ้นไป……………อ้วนอันตราย

3. วัดเส้นรอบพุง ความเสี่ยงต่อการ
เป็นโรคเพิ่มขึ้นเมื่อรอบพุงวัดได้
ผู้ชาย มากกว่า 90 ซม. (36 นิ้ว)
ผู้หญิง มากกว่า 80 ซม. (32 นิ้ว)

4. สัดส่วนเส้นรอบเอวต่อเส้นรอบของ
ตะโพก
คือ…

เส้นรอบเอว/เส้นรอบตะโพก ได้ค่า…
ผู้ชาย มากกว่า 0.9
ผู้หญิง มากกว่า 0.8

ถ้าเกินนั่นคือคุณอ้วนและเสี่ยงต่อการ
เป็นโรคเพิ่มขึ้นไปด้วย

จำไว้ได้เลยนะครับว่าาาา… อ้วนเสี่ยง
ต่อการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
ความดัน หลอดเลือด หัวใจ อัมพาต
พิการ และอีกเพียบที่ตามมา ผมว่าถึง
เวลาแล้วนะครับที่เราควรจะต้องกันมา
เอาใจใส่ดูแลตัวเอง ถามตัวเองดูครับ
ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังงงงง !!!!!

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866