วิธีเคลมสายรัดข้อมือ อินบอดี้ (Inbody)

สวัสดีสำหรับคนที่ใช้สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อินบอดี้ (Inbody) หากวันนึงสายรัดข้อมือสุดรักของคุณเกิดอาการรวน เสีย ไม่ปกติเช่นทุกวันที่ผ่านมา แก้ยังไงก็ไม่หาย เช่น แบตเตอรี่หมดเร็ว บลูทูธไม่เชื่อมต่อ สรุปว่า “เสีย” แล้วเราจะทำอย่างไรกับสายรัดข้อมือสุดรักนี้ดี ผมมีคำตอบ

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody

ขั้นตอนวิธีการ

  1. ตรวจเช็คเบื้องต้นก่อนให้แน่ใจว่า ผิดปกติแน่นอน เพราะจะได้ไม่เสียเวลาตอนนำไปเคลม
  2. เมื่อแน่ใจว่า เสียแน่นอน นำเครื่องไปเคลมที่ สนง.ใหญ่แอมเวย์ หรือแอมเวย์ช้อปสาขาต่าง ๆ
  3. ติดต่อที่แผนกบริการหลังการขาย
  4. กดบัตรคิว แล้วรอเรียกรับบริการครับ
การรับประกันของสายรัดข้อมือสุขภาพ Inbody

การรับประกันของสายรัดข้อมือสุขภาพ Inbody

เงื่อนไขการรับประกัน

ปีที่ 1

  • เริ่มนับการรับประกันจากวันที่เราลงทะเบียน เชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ (BodyKey) (ไม่ได้นับจากวันที่ซื้อนะครับ)
  • รับประกัน เหตุที่เกิดจากกระบวนการผลิตเท่านั้น
  • การรับประกัน คือ เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที พร้อมสายรัด (ต้องนำตัวเครื่องพร้อมสายรัดเดิมที่ซื้อมา มาคืนด้วยนะครับ ถ้าไม่มีสายเดิม จะเปลี่ยนได้แค่ตัวเครื่องเท่านั้น)

ปีที่ 2

  • กรณีเกินปี แต่ไม่เกิน 2 ปี (ตรวจสอบข้อมูลได้จากแผนกบริการหลังการขาย)
  • รับประกัน เหตุที่เกิดจากกระบวนการผลิตเท่านั้น
  • การรับประกัน คือ เปลี่ยนเฉพาะตัวเครื่องให้ใหม่ ต้องรอรับเครื่องใหม่ประมาณ 3 เดือน เพราะเป็นการส่งเครื่องไปเคลมที่เกาหลีครับ เลยต้องใช้เวลานิดนึง

ปีต่อไป

  • กรณีเกิน 2 ปี แล้วสายรัดข้อมืออินบอดี้เสีย กรณีนี้ก็ต้องซื้อใหม่สถานเดียวครับ เพราะเกินระยะเวลารับประกัน 2 ปีไปแล้ว ไม่มีการรับซ่อม

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ อินบอดี้ (Inbody) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยที่คอยช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ง่าย และสะดวกขึ้น แต่อุปกรณ์ก็อาจจะรวน หรือเสีย เป็นธรรมดาครับ แต่เขารับประกันเปลี่ยนให้ตั้ง 2 ปี ผมถือว่า คุ้ม ครับ ของผมเข้าปีที่ 3 แล้วยังใช้ได้ดีอยู่ครับ ขอให้ทุกคนที่อ่าน รูปร่างสลิม สมใจอยากกันทุกคนครับผม

เครดิตขอบคุณ ภาพประกอบจาก http://www.gratisography.com

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

 

วิธีแก้ปัญหา เมื่อสายรัดลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody) ไม่เชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ บนสมาร์ทโฟน

เคยเจอปัญหาสายรัดลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody) อยู่ดี ๆ ก็ไม่ยอมซิงค์ หรือไม่ยอมเชื่อมต่อกับแอพ บอดี้คีย์ มั๊ยครับ ? ทำให้เราไม่สามารถที่จะซิ้งค์ หรือวัดค่าใด ๆ เช่นที่เคยทำทุกวันหลังตื่นนอนได้ มันช่างหงุดหงิดใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอย่างพวกเรากันจริง และไม่ว่าจะทำอย่างไร ? ทั้งวันก็แก้ไม่ได้ Reboot สมาร์ทโฟนใหม่ก็แล้ว ปิด-เปิด บลูธูท ไวไฟ ใหม่หลายครั้งก็แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมียนเดิมเลยก้าบผม!!!! จะโมโห หงุดหงิดมากก็กลัวมีผลต่อฮอร์โมน ทำให้การลดน้ำหนักเสียหายได้  (จริง ๆ น่ะ อิอิ หงุดหงิดจนแทบจะกลืนกินสายรัดอินบอดี้ ทั้งอันไปแว้ว!!)  หลังจากประสบกับปัญหานี้ ด้วยตัวเองมา ผมก็พบวิธีการแก้ปัญหาทำให้ไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป ก็โทรถามคอลเซ็นเตอร์แอมเวย์ล่ะครับ ก็ทำตามทุกอย่างที่เขาบอกก็ไม่สำเร็จ หลายรอบจนท้อใจ จนคอลเซ็นเตอร์บอกว่า  “พี่สะดวกเอาสายรัดอินบอดี้เข้ามาตรวจเช็คที่ สนง.ใหญ่ มั๊ยครับ”  เอาละดิ ต้องไป สนง. ใหญ่เลยเหรอ บอกตรงไม่อยากไปครับ รถติด เสียเวลา เปลืองน้ำมันรถด้วย น้องคอลเซ็นเตอร์เลยบอกว่า “พี่ครับ มีอีกวิธีนึง เป็นวิธีสุดท้ายให้พี่ลองทำดู แต่ถ้าไม้ได้พี่ก็คงต้องมา สนง. ใหญ่แล้วละครับ”  ผมตอบอย่างเร็ว  “โอเค บอกมาเลย”  ฟังวิธีการเสร็จ ผมก็จำแล้วกลับมาทำที่บ้าน (ตอนนั้นขับรถอยู่ และวิธีนี้ต้องใช้เวลา) แม่จ้าว! มันได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ครับ แจ่มว้าว! จินจิน เป็นมาสองครั้ง แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็ได้ผลดีทั้งสองครั้ง พิสูจน์มาแล้ว รับประกันได้เลย  (ถ้าไม่ได้ก็แสดงว่าตัวสายรัดอินบอดี้ เสียละครับ อันนั้นก็ต้องส่ง สนง. ใหญ่ครับ)  เอาละครับ มาดูวิธีการกันเลยดีกว่า ตามนี้เลย (ของผมใช้ไอโฟนนะครับ เป็นระบบ iOS ส่วนคนที่ใช้ Android ก็น่าจะคล้าย ๆ กันนะครับ พอดีผมไม่เคยใช้ ขออภัยด้วยครับ)

ขั้นตอนการแก้ปัญหาสายรัด อินบอดี้ (Inbody)

  1. ปล่อยทิ้งสายรัดอินบอดี้ (หมั่นไส้ อยากทำให้หงุดหงิด) ไว้จนกระทั่งแบตเตอรี่หมด (หน้าจอดับ กดไม่มีอะไรขึ้นมาเลย) นั่นแหละที่บอกว่าใช้เวลา
  2. นำสายรัด อินบอดี้ มาเสียบชาร์จไฟ จนกระทั่งเต็ม 100% นี่ก็ใช้เวลา
  3. เอาสมาร์ทโฟนมาแล้ว เข้าไปในแอพ Settings ของสมาร์ทโฟนแล้ว ทำการปิด Bluetooth ปิด Wi-Fi
  4. เข้าแอพ Bodykey แล้วเข้าไปลบอุปกรณ์ สายรัดอินบอดี้
  5. เข้าไป Log out หรือออกจากระบบ ในแอพ Bodykey
  6. ทำการลบแอพ ที่เปิดค้างอยู่ในสมาร์ทโฟนให้หมด
  7. ให้ทำการ Reboot สมาร์ทโฟนซะหนึ่งครั้ง
  8. หลังจาก Reboot สมาร์ทโฟนแล้ว ให้เข้ามาเปิดแอพ Bodykey ขึ้นมา
  9. แอพ Bodykey จะให้เราใส่ เบอร์มือถือ และรหัสผ่าน ก็ใส่ตามนั้น
  10. เรียบร้อยแล้ว เข้าไปที่การตั้งค่า อุปกรณ์ เลือกสายรัดอินบอดี้ และทำตามขั้นตอน (มีให้ไปเปิด Bluetooth ของสมาร์ทโฟนด้วย)

ทำตามวิธีที่ผมบอกดูนะครับ รับรองเรียบร้อย แต่ถ้าไม่เรียบร้อยหรือสงสัยขั้นตอนตรงไหน ใจเย็น ๆ

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

1 วันกับสายรัดข้อมือช่วยลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody)

ในปัจจุบัน เราคงจะคุ้นเคย หรือเคยเห็นสายรัดข้อมือกันมากขึ้นนะครับ ตัวสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody คือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวที่ “สามารถวัดมวลกล้ามเนื้อ และมวลไขมันได้ ” มันจึงเป็นสายรัดข้อมือที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมเมื่อปี 2015

CES (Consumer Electronics Show ) คือมหกรรมงานแสดงแสนยานุภาพด้านเทคโนโลยี่เพื่อผู้บริโภค จัดขึ้นประจำทุกต้นปี (ประมาณเดือนมกราคม) ณ เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา  ถือได้ว่าเป็นระดับโลกที่ถูกจับตามมองจากสื่อ เป็นงานที่เหล่าบรรดาผู้ผลิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย จะนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเองออกมาเรียกกันง่ายๆว่า “โชว์ของ” และที่นี้ที่ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นหรือบ่งบอกถึงเทรนด์ด้านอุตสาหรรมอิเลคโทรนิคส์สมัยใหม่ของประจำปีเลยก็ว่าได้ 

สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Inbody เป็นตัวช่วยให้เราลดน้ำหนักให้ง่ายขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่ไม่รู้ว่า…. แล้วในแต่ละวันเราต้องทำอะไร ? หรือใช้งานอย่างไร ? เรามาดูกันว่าใน 1 วันกับ Inbody มีอะไรบ้าง ? มี 4 ขั้นตอน ดังนี้เลย….

S__1941506

การวัดองค์ประกอบร่างกาย

1. วัดองค์ประกอบของร่างกาย หลังจากที่เราตื่นนอน (มวลกล้ามเนื้อ, มวลไขมัน) ทำตามนี้เลย

  • เข้าห้องน้ำขับถ่ายให้เรียบร้อย
  • ชั่งน้ำหนัก (ควรใช้ตาชั่งดิจิตอล)
  • เปิดแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
  • ยืนนิ่ง ก่อนการวัดองค์ประกอบของร่างกาย

เพื่อความถูกต้องและแม่นยำในการวัดปฏิบัติตามนี้เลย

  • ห้ามรับประทานหรือดื่มน้ำก่อนการทดสอบ
  • ห้ามออกกำลังกายก่อนการทดสอบ
  • ทดสอบในเวลาเช้าดีที่สุด
  • ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง
  • มือทั้งสองข้างห้ามแตะถึงกันเด็ดขาด
  • ยืนตรงในท่าทางที่เหมาะสม คือ ยืนตรง นิ่งในขณะที่ทำการวัดค่าองค์ประกอบร่างกาย
  • เป็นไปได้เพื่อความแม่นยำ วัดในขณะที่เราปราศจากเสื้อผ้า (อย่าลืมล็อกประตูด้วยนะครับ)
S__1941507

บันทึกรายการอาหารที่กิน

2. บันทึกรายการอาหารที่กินให้ครบถ้วน

  • บันทึกทุกอย่างที่กินเข้าปาก มีรายการอาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน สามารถค้นหาได้ในแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
  • ขณะบันทึกให้ดูที่ปริมาณของอาหารด้วย เช่น เป็นถ้วย เป็นจาน เป็นปริมาณกี่กรัม ช้อนชา ช้อนโต๊ะ เป็นต้น
  • ให้บันทึกแคลอรี่ของอาหารแต่ละอย่างสูงกว่าปกติ เช่น 1/4 จาน ก็ใส่ไป 1/2 จานแทน (เพราะในความเป็นจริงเรามักจะเข้าข้างตัวเองว่ากินน้อย แต่ความจริงเรากินปริมาณมากกว่าที่คิด)
  • เคล็ดลับ “กินให้ครบ 3 มื้อ, ไม่กินดึก”
S__1941508

บันทึกการเคลื่อนไหว และกิจกรรม

3. ใส่สายรัดเพื่อบันทึกการเคลื่อนไหว และกิจกรรม

  • พยายามเดินให้เข้าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เช่น 8,000 ก้าว, 10,000 ก้าว
  • พยายามปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมเพื่อให้มีกิจกรรมมากขึ้น เช่น เปลี่ยนจากใช้ลิฟท์เป็นการเดินแทน เป็นต้น
  • ลดการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก หรืออุปกรณ์ผ่อนแรงลงไปบ้าง
  • สามารถแข่งขันกับเพื่อนๆ ที่ร่วมลดน้ำหนักและใช้สายรัดข้อมือ Inbody ได้ เพิ่มแรงจูงใจ และสนุกกับการแข่งขัน
S__1941509

บันทึกคุณภาพการนอน

4. ใส่สายรัดขณะนอนหลับ เพื่อบันทึกคุณภาพการนอน

  • Inbody สามารถบันทึกได้ว่าเรานอนมากน้อย มีคุณภาพแค่ไหน หลับสนิท หลับตื้น หรือตื่นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อน้ำหนักตัวของเรา เป็นข้อมูลช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมการนอนของเราให้ดีขึ้นได้
  • เราควรนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน นอนน้อยมีผลให้ไขมันเพิ่ม
  • นอนก่อน 4 ทุ่ม จะดีมาก
  • อย่านอนดึก ไม่เช่นนั้น เช้ามาไขมันพุ่งกระฉูดเชียวจะบอกให้ ขอเตือน!!!!

สายรัดข้อมือ Inbody เป็นเสมือนเลขาผู้ช่วยที่คอยรายงานข้อมูลต่างๆ ให้กับเราได้รู้และปรับเปลี่ยนพฤกติกรรมการใช้ชีวิตของเราให้ดีขึ้น แต่อย่าเข้าใจผิด คิดว่าใส่สายรัดข้อมือแล้วผอมเลย หลักของการลดน้ำหนักคือ In กับ Out และความรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ยิ่งได้ความรู้และประสบการณ์จากคนที่ผ่านการลดน้ำหนักสำเร็จมาก่อน จะทำให้เราประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น (เนื้อหาจากประสบการณ์ที่ใช้สายรัดข้อมือ Inbody ร่วมกับการเข้าคอร์สลดน้ำหนักของผมเอง)

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866