วิธีดูแลรักษาน้ำหนักช่วงเทศกาลงานต่างๆ

         ปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิด ขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานแต่งงาน เทศกาลเมืองไทยมีมากมาย และต้องมีกินเป็นหลัก สารพัดอาหารเลิศรสที่นำมาเสิรฟ มีสติขาดกันเป็นทิวแถวเชียว โถ! ก็ใครมันจะไปอดใจไหว มันทรมานใจสุด ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ น้ำหนักพุ่งพรวด กว่าจะรู้สึกตัวก็บวมอวบซะแล้ว นานไปสุขภาพเราก็แย่ตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ยิ่งพอเราอายุมากขึ้นก็ลดน้ำหนักได้ยากขึ้นไปอีก เพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี เรามาดูกันว่าจะมีวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร ครับ

  1. ฝึกมีสติเป็นอันดับแรกครับ สติมา ปัญญาเกิด ก่อนไปงานให้เราลอง สูดหายใจลึก ๆ และอั้นค้างไว้ นับ 1-10 แล้วค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกเบาจนหมดปอดเลย ทำแบบนี้สัก 3 ครั้ง เราจะเริ่มรู้สึกมีสติ รู้ตัวมากขึ้น เพราะอ๊อกซิเจนเข้าไปในเลือด และร่างกายนำเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง โดยเฉพาะสมองทำให้สมองคิดอะไรที่ดีๆ กับตัวเองได้ดีขึ้น
  2. คิดวางเป้าหมายการกินในงานนั้น ๆ ล่วงหน้า มีขั้นตอน คือ
    • เช็คดูว่าเรากินแคลอรี่ได้เท่าไหร่ต่อวัน เช่น เรากินได้วันละ 1,200 แคลอรี่  ก็ไม่ควรกินเกิน เพื่อเป็นการรักษาน้ำหนักให้คงที่โดย “กินเท่ากับใช้”
    • ตรวจสอบดูว่า งานที่ไปกินเป็นมื้อไหน เช้า เที่ยง หรือเย็น ส่วนใหญ่เป็นมื้อเย็นซึ่งเป็นมื้อที่ อันตรายต่อน้ำหนักตัวที่สุด เพราะกินเสร็จก็กลับไปนอน ร่างกายก็แปรรูปพลังงานจากอาหารจำนวนมากไปเป็นไขมันเก็บไว้ในเซลล์ไขมันทันที โดยเก็บที่หน้าท้องก่อน เป็นอันดับแรก ผู้หญิงก็มีบริเวณ ต้นแขน ต้นขา ตะโพก วิธีแก้คือ ถ้านัดเพื่อนๆ กินก็ให้ลองคุยเปลี่ยนมากินมื้อเที่ยงแทน ถ้าไม่ได้ก็ให้ลดแคลอรี่มื้อ เช้า และเที่ยงลง แต่ห้ามอดนะครับ เดี๋ยวเป็นลม หรือใช้ตัวทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ ซึ่งให้สารอาหารครบ แต่ให้พลังงานแค่ 130 แคลอรี่ ก็สะดวก และง่ายดี
    • เลี่ยง ลด อาหารที่แคลอรี่สูง ประเภท ทอด ผัด แป้ง น้ำตาลสูง แต่เพื่อความไม่ประมาท ขอแนะนำให้ใช้ตัวบล้อกแป้งและน้ำตาล เช่น แคลโลว์ เมื่อเรากิน 2 เม็ดจะบล้อกได้ 300 แคลอรี่, 3 เม็ด บล้อกได้ 500 แคลอรี่ ผ่อนหนักเป็นเบา โดยกินก่อนกินอาหาร 15-30 นาที ผมใช้ทุกครั้งที่ต้องกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมากกว่าปกติ ส่วนอาหารทอด ผัด ต้องเลี่ยงลดเท่านั้น ไม่มีตัวช่วย
      S__60710965

      เปรียบเทียบกินกับเบิร์นออก

  3. เบิร์นออกไปด้วยการออกกำลังกาย ถ้ามื้อเที่ยงงานเข้า เป็นมื้อหนัก ตอนเย็นวางแผนเตรียมตัวเอาชุดออกกำลังมาติดรถ ติดตัวไว้เลย รักจะกิน ก็ต้องรักการออกกำลังด้วยนะครับ แนะนำการเพิ่มอัตราการเบิร์นด้วยตัว ซีแอลเอ 500 มากิน พร้อมการออกกำลังจะช่วยให้การเผาผลาญเพิ่มมากขึ้น โดยใช้เวลาเท่าเดิม อ้อ! มีอีกตัวนึง กรีนที พลัส ตัวนี้เพิ่มอัตราการเผาผลาญ โดยเน้น รอบเอวของเราโดยเฉพาะเลย
  4. กินอาหารที่เป็นประเภทโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากปลา เพื่อเพิ่มการเผาผลาญเพราะร่างกายจะใช้พลังงานในการเผาผลาญโปรตีนมากกว่าอาหารประเภทอื่น หรืออาจจะเสริมด้วยออลแพลนท์โปรตีน ก็ได้ครับ แล้วแต่สะดวก

เป็นไงครับ ดูวิธีการที่ผมแนะนำแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่ง่ายนะ ก็ตอนกินมันเพลินอ่ะ มีความสุขสุดๆ แต่ให้นึกถึงตอนหลังจากนั้น ตอนเอามันออกดิครับ เหนื่อยกว่าหลายเท่า สิ้นเปลืองเงินทองกว่าตอนกินอีกครับ ลองดูครับ ขอให้มีความสุขกับทุกเทศกาล งานต่างๆ นะครับ

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

ลดน้ำหนักด้วยบอดี้คีย์ (BodyKey) จาก 77 เหลือ69

         ลดน้ำหนัก  ผมลองเสิร์ชหาคำนี้ใน Google  แม่จ้าว!!!  1,670,000 คือผลลัพธ์ที่ได้  นั่นแสดงว่าในโลกออนไลน์มีเรื่องเกี่ยวกับลดน้ำหนักมากมายมหาศาลเลยทีเดียว แล้ววิธีไหนคือ วิธีที่ดี ถูกต้อง ปลอดภัย ล่ะ !!! ผมก็เป็นคนนึงล่ะที่เจอปัญหาเรื่อง น้ำหนักตัว อวบ อ้วนท้วนสมบูรณ์พูนสุข ก็กินอะไร ? ก็อร๊อย อร่อย ไปหมด ผมจำได้ว่าตอนผมเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว น้ำหนักแค่ 56 กิโล เท่านั้นเอง ไม่น่าเชื่อ!  บริษัทเลี้ยงดี อยู่ดี กินดี มีความสุข น้ำหนักของผมเพิ่มเป็น 77 กิโล เพิ่มมา 21 กิโลกรัม จากหนุ่มน้อยรูปร่างบอบบาง สู่หนุ่มใหญ่รูปร่างตุ้ยนุ้ย เลี้ยงพุงกะทิไว้ด้วย เตะบอลก็ไล่เขาไม่ทัน เดินขึ้นกะไดก็ลิ้นห้อย ออกแรงนิด ออกแรงหน่อย ก็หอบ แฮ่ก แฮ่ก !! สาวๆเรียกป๋าขาซะงั้น  อึดอัดสุดๆ กางเกง เสื้อผ้าเริ่มปริ เริ่มทนตัวเองไม่ไหว ยิ่งตอนอาบน้ำเสร็จมองดูตัวเองในกระจก นี่กรู!!! เหรอวะเนี่ย ยิ่งมีคนทักว่า อ้วน อวบ โคตร! ขาดความมั่นใจเลย นี่คือที่มาของการปฏิวัติตัวเอง ด้วยการต้องลดน้ำหนักเป็นการด่วน! เริ่มด้วย……

อย่างแรกต้องรู้สาเหตุความอ้วนก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ? ถึงค่อยหาวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด สาเหตุ คือ แคลอรี่หรือกิโลแคลอรี่ หน่วยพลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป เพื่อให้ร่างกายของเราใช้งานทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เดิน นั่ง วิ่ง นอน ทำงาน ออกกำลัง เบ่งตด หงุดหงิด สรุปทุกกิจกรรมต้องใช้พลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป จำไว้สองคำ คือ กินกับใช้ ดังนี้

  1. กิน  เท่ากับ  ใช้  ผลลัพธ์ คือ น้ำหนักคงที่
  2. กิน  มากกว่า  ใช้  ผลลัพธ์ คือ น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  3. กิน  น้อยกว่า  ใช้  ผลลัพธ์ คือ น้ำหนักลดลง

สาเหตุที่น้ำหนักเพิ่ม คือ ข้อ 2  แต่ถ้าอยากผอมก็ต้องทำข้อ 3  ถ้าอยากรักษาน้ำหนักก็ทำตามข้อ 1

S__26247170

ภาพ ผลลัพธ์จากการกินและใช้แคลอรี่

ต่อมาก็หาข้อมูลวิธีการลดน้ำหนักแบบต่าง ๆ ดูข้อดี ข้อเสียของแต่ละวิธี จนสรุปได้แบบนี้เลย มาดูกันว่าเป็นยังไงบ้าง ? แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ตามนี้เลย……

         กลุ่มที่ 1  อดอาหาร กินยาลดน้ำหนัก กินกาแฟลดน้ำหนัก   วิธีนี้คือ กินหรือทำให้กินอาหารน้อยลง ทำให้พลังงานหรือแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับน้อยลงไปด้วย ไม่ต้องพูดถึงสารอาหารต่าง ๆ ก็น้อยลงไปหรือไม่ครบ และทำให้กล้ามเนื้อซึ่งเป็นเตาเผาแคลอรี่สูญสลายเหลือน้อยลง ระบบเผาผลาญแคลอรี่ต่ำลง น้ำหนักลดลงแบบโทรม ๆ นานเข้าอาจทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารได้ พอออกจากคอร์สลดน้ำหนัก ไม่นานน้ำหนักจะเพิ่มกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว กินนิดเดียวก็อ้วน ซึ่งเรียกว่า อาการโยโย่ และจะอ้วนผอม อ้วนผอม ไปแบบนี้ตลอดที่ใช้วิธีนี้ แถมเมื่อกลับมาอ้วนใหม่ น้ำหนักจะมากกว่าเดิมทุกครั้ง กลายเป็นว่า   “ยิ่งลด ยิ่งอ้วนมากกว่าเดิม”

         กลุ่มที่ 2  คุมแคลอรี่ด้วยการควบคุมอาหาร   ผมเคยลดด้วยวิธีนี้มาแล้วครั้งนึง กินน้อย เลือกกินอาหารที่ให้แคลอรี่ต่ำ แต่การที่จะกินให้ได้สารอาหารครบ แต่ได้แคลอรี่ต่ำ เป็นเรื่องที่ยากมากๆ สำหรับชีวิตคนทำงาน เดินดิน กินข้าวแกง ไม่ได้มีเวลาทำอาหารกินเอง น้ำหนักลดลงนะครับ แต่แค่ 3 กิโล เอวลดไปแค่นิ้วเดียว เศร้าจัง! หลังจากนั้น ไม่ว่าจะทำยังไง มันก็ไม่ลดอีกเลย นิ่ง นิ่ง นิ่ง จนผมต๊อแต๊ !!! เลิกลดน้ำหนักไปเลย ถามว่าเพราะอะไรมันถึงได้แค่นั้น แล้วนิ่ง ก็จากวิธีนี้ คล้ายกับกลุ่มแรกละครับ กินน้อย แคลอรี่น้อย สารอาหารน้อยไม่ครบ ทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อเตาเผาพลังงานของร่างกาย ระบบเผาผลาญเสียหายยับเยิน สุดท้ายกินน้อยลงเท่าไหร่ ก็ไม่ลด แถมพอเลิกลดน้ำหนักก็กลับมาอ้วนหนักกว่าเดิมอีก โยโย่ อีกเหมือนกลุ่มแรก เฮ้อ !!!! ดูตารางด้านล่างเป็นน้ำหนักตอนที่ผมใช้วิธีนี้ลง พอดีผมจดไว้ที่ข้างตู้เสื้อผ้า

S__26189829

ภาพ ตารางผลของการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารด้วยตัวเอง

         กลุ่มที่ 3  ใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารและตัวช่วย   ซึ่งวิธีนี้ต้องลงทุนครับ กับตัวทดแทนมื้ออาหารและตัวช่วย เพื่อลดน้ำหนัก เพราะตัวทดแทนมื้ออาหารทำให้เราได้ปริมาณอาหารและแคลอรี่น้อยลง แต่กลับกันตัวทดแทนมื้ออาหารให้สารอาหารครบและเพียงพอในแต่ละมื้อ รักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบเผาผลาญของเราไม่เสียสมดุลย์ กลับเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ น้ำหนักลดได้มากกว่าวิธีอื่นในระยะเวลาที่เท่ากัน ไม่โทรม ไม่ทรมาน และพอออกจากคอร์สก็ไม่กลับไปอ้วนอีก เพราะระบบเผาผลาญยังดีอยู่ ไม่โยโย่!!!

S__26181708

ภาพ เปรียบเทียบผลดี-ผลเสียของวิธีลดน้ำหนัก

จากข้อมูลเบื้องต้นผมเลือกวิธีการลดน้ำหนักด้วยผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารและตัวช่วย โดยผมเลือก บอดี้คีย์ (BodyKey) จากนิวทริไลท์ (Nutrilite)  ชุดผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก บอดี้คีย์ (BodyKey) ที่สั่งมามีตามนี้เลยครับ จัดเต็ม ผอม ผอม ผอม “กรูทำได้ I can do it. Just do it.”

  1. ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ (BodyKey Replacement Meal by Nutrilite)
  2. ตัวช่วยบล้อกแป้งและน้ำตาล นิวทริไลท์ แคลโลว์ (Nutrilite Calow)
  3. ตัวช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมร่างกาย นิวทริไลท์ โปรตีน (Nutrilite Protein)
  4. ตัวช่วยเพิ่มการเผาผลาญและรักษามวลกล้ามเนื้อ นิวทริไลท์ ซีแอลเอ 500 (Nutrilite CLA 500)
  5. อุปกรณ์สายรัดข้อมือช่วยลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody)

เป็นคอร์สระยะเวลา 2 เดือน ตอนได้ผลิตภัณฑ์มา อิอิ! ผมตื่นเต้นกับตัวสายรัดข้อมือ Inbody มาก เพราะอุปกรณ์ตัวนี้ผมเคยจะสั่งซื้อจาก eBay มาครั้งนึงแล้ว ตอนนั้นคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7 พันกว่าบาท แต่นี่แค่ 4 พัน รวมกับกระเป๋าใส่ชุดออกกำลัง สายวัด แก้วเชค เอกสารข้อมูล คุ้มสุดคุ้มมาก ๆ ผมว่าเรามาร่ายกันแต่ละตัวเลยดีกว่าว่า มันคืออะไร ? กินยังไงบ้าง ?

  1. ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ (BodyKey Replacement Meal by Nutrilite) ตัวนี้เป็นตัวหลักเลยสำหรับการลดน้ำหนักโดยการควบคุมแคลอรี่ โดยคุณลักษณะและประโยชน์ดังนี้เลย
  • ให้สารอาหารครบถ้วนที่ร่างกายต้องการในแต่ละมื้ออาหาร เช่น วิตามิน เกลือแร่ โปรตีน ไฟเบอร์ ฯลฯ
  • รสชาติอร่อยมีให้เลือก 3 รส คือ รสกาแฟ, รสวานิลา และรสช็อกโกแลต
  • ภายในกล่องมี  14  ซอง
  • พกพาสะดวก เมื่อต้องเดินทางไกล
  • ให้พลังงานแค่ 130 แคลอรี่/ซอง

วิธีกิน  :  ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร  1  ซอง ผสมกับนมพร่องมันเนย  1  กล่อง (250 ซีซี) โดยใช้แก้วเชคที่ให้มาด้วย แล้วเขย่าเชคให้เข้ากัน  เสร็จแล้วก็เปิดฝาดื่มตามอัธยาศัย ขอบอกว่า อร่อยเชียว !!

2. ตัวช่วยบล้อกแป้งและน้ำตาล นิวทริไลท์ แคลโลว์ (Nutrilite Calow) นี่เป็นตัวช่วยที่สำคัญเลยครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่อ้วน น้ำหนักเพิ่มก็มาจากแป้งและ        น้ำตาลที่กินมากเกินไป คนไทยกินข้าวเป็นหลัก ยิ่งมื้อไหนเจอกับข้าวรสชาติอร่อย มีเบิ้ลสอง เบิ้ลสาม แน่นอน อย่าคิดว่ากินข้าวแล้วไม่อ้วน นะครับ อ้วนได้ถ้ากินแล้วนอนหรืออยู่นิ่ง ๆ ใช้ไม่หมด ร่างกายก็จะแปรรูปเอาไปเก็บสะสมไว้ใช้ พอรุ่งเช้ามันก็เรียกร้องของใหม่ทันที ไม่ได้เอาของเก่าเก็บมาใช้นะครับ พอสะสมนานเข้าก็น้ำหนักพุ่งพรวด อ้วนท้วนสมบูรณ์เรียบร้อย ผลิตภัณฑ์แคลโลว์ ช่วยเราได้อย่างอัศจรรย์เลยครับ

  • บล้อกแป้งและน้ำตาล ไม่ให้ร่างกายดูดซึมไปเก็บสะสมเป็นไขมันตามร่างกาย
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล

วิธีกิน  :  กิน  2  เม็ด ก่อนกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลประมาณ  15 – 30  นาที สามารถบล้อกได้  300  แคลอรี่

3. ตัวช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมร่างกาย นิวทริไลท์ โปรตีน (Nutrilite Protein) ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นตัวที่สำคัญในระยะยาวหลังจากออกคอร์ส ช่วยไม่ให้เราเกิดอาการ โยโย่ เอ็ฟเฟ็ค มีประโยชน์ดังนี้เลย

  • ให้กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด (อ่านดูจากข้างกระป๋องนะครับว่ามีตัวอะไรบ้าง)
  • ร่างกายสามารถดูดซึมได้มาก และนำไปใช้งานได้ทันที
  • มีหลากหลายรสชาติให้กิน มีรสช็อกโกแลต ชาเขียว และนิวทริโปรตีน (ไม่มีรสชาติเลยทำให้สามารถผสมในอาหารที่เรากินได้)

วิธีกิน  :

  • รสช็อกโกแลต 2 สกู้ปต่อน้ำ 200 ซีซี.
  • รสชาเขียว 2 สกู้ปต่อน้ำ 200 ซีซี.
  • นิวทริ โปรตีน 2 สกู้ปต่อน้ำ 200 ซีซี. 1 สกู้ปให้โปรตีน 8 กรัม

        4. ตัวช่วยเพิ่มการเผาผลาญและรักษามวลกล้ามเนื้อ นิวทริไลท์ ซีแอลเอ 500 (Nutrilite CLA 500) 

  • ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ให้มากขึ้น
  • ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อให้คงอยู่

วิธีกิน  :  กินพร้อมอาหารมื้อละ  2  เม็ด 3 มื้อต่อวัน

        5. อุปกรณ์สายรัดข้อมือช่วยลดน้ำหนัก อินบอดี้ (Inbody)

  • ช่วยในการควบคุมแคลอรี่ที่เรากินในแต่ละวัน
  • ช่วยวัดองค์ประกอบของร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน วัดอัตราการเต้นหัวใจ วัดกิจกรรม เป็นต้น
  • ช่วยประเมินและเซ็ทโปรแกรมการลดน้ำหนักเฉพาะของแต่ละคน

วิธีใช้  :

1. โหลด Application “BodyKey” มาไว้ใน Smart Phone ใช้ได้ในระบบ Android และ iOS

2. ทำตามคู่มือที่มีมาในชุด ผมจะไม่กล่าวในที่นี้ เพราะจะยาวไปครับ

สรุปสุดท้ายมาดูผลหลังจากที่ผมลดน้ำหนักด้วย บอดี้คีย์ (BodyKey)

ระยะเวลา 2 เดือน

ลดน้ำหนักได้มากกว่าการควบคุมอาหารด้วยตัวเองเกือบ 2 เท่า คือ 6 กิโลกรัม (เอาแค่เดือนแรกเท่ากัน) คุมอาหารเองได้แค่ 3 กิโลกรัม จบคอร์ส 8 กิโลกรัมบริบูรณ์

เอว ผมลดไปได้ 4.5 นิ้ว กางเกงต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะพอรัดเข็มขัดแล้ว มันย้วยเหมือนกางเกงเลไปเลย

ตะโพก ลดไป 3.5 นิ้ว เมื่อก่อนเล่นบอล ชอบโดนเพื่อนแซวว่า “มึงวิ่งช้า เพราะหนักตูด” แหม! ทีเดียวไม่เท่าไหร่ แต่บ่อยเข้ามันปวดใจจิ๊ดทีเดียว

สภาพร่างกายไม่ได้ดูโทรม เหี่ยว หย่อนยานอะไรเลย ปกติ แต่ไซส์เราลดลง วิ่ง เดิน ออกกำลังสบายตัวจริง ๆ รู้งี้ลดตั้งนานแล้ว น้อง ๆ ที่ทำงานยังทักกันเลยว่า “พี่ไปทำไรมา หล่อ ผอม เพรียว หน้าตาดูเด็กลง” ผมงี้! ยิ้มปากแทบฉีก นี่ไง! คำพูดที่อยากได้ยิน

ดูตารางที่ผมทำเปรียบเทียบไว้ กับรูปด้านล่างดูครับ หวังว่าประสบการณ์การลดน้ำหนักของผมจะช่วยให้ทุกคน ตัดสินใจเลือกได้ว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องลดน้ำหนัก เพื่อรูปร่างที่ดี และสุขภาพที่ดี สวัสดีครับ

 

S__26181707

รูป บันทึกการลดน้ำหนักด้วย บอดี้คีย์ (BodyKey)

S__26796034

รูป เปรียบเทียบการลดน้ำหนักระหว่างควบคุมอาหารด้วยตัวเองกับนิวทริไลท์ บอดี้คีย์

S__26181710

รูป ด้านหน้าก่อนและหลังการลด อ้วนซะ สะดือลึก ตกน้ำไม่จม เพราะมีห่วง

S__26181709

รูป ด้านข้าง นี่ไง! สาเหตุที่วิ่งไล่เตะบอลไม่ทัน เหนื่อยง่าย นอนกรน ดูแก่กว่าอายุจริง

สรุปสุดท้าย ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูนะครับว่า ทำไมเราถึงต้องลดน้ำหนัก ลดแล้วเราจะเป็นอย่างไร ได้คำตอบแล้ว ลงมือลุยได้เลยครับ

“การเริ่มต้นลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ เริ่มเดี๋ยวนี้ เพราะถ้าคุณไม่ลดเอง เมื่อถึงเวลานั้น ก็อาจจะมีหมอมาบอกให้คุณลดน้ำหนักอยู่ดี”

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866