ทำไม โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (Coenzyme-Q10) เปลี่ยนชีวิตคุณได้

มีใครบ้างไม่อยากเปลี่ยนชีวิตตัวเองบ้าง ? โดยเฉพาะ สุขภาพ เปลี่ยนจากสุขภาพไม่ดีให้ดีขึ้น จากที่ดีก็ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เหมือนสมัยยังวัยเยาว์ ผมคนนึงล่ะที่ปราถนาจะเปลี่ยนสุขภาพให้มันดียิ่งขึ้น เหมือนที่มีคนกล่าวไว้ว่า “มีสุขภาพดี เหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน” ผมเคยถามเพื่อนผมว่า “ให้มีเงิน 100 ล้านบาท แต่มรึง! ป่วยเดินไปไหนไม่ได้ เอามั๊ย ? ” ไม่มีใครเอาสักคน แล้วคุณล่ะ เลือกอะไร ? ทำไมผมถึงจั่วหัวไว้ว่า “ทำไม โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (Coenzyme-Q10) เปลี่ยนชีวิตคุณได้” ลองอ่านดูไปจนจบดู แล้วจะรู้ว่าทำไม ?

S__4579332มารู้จักโคคิวเท็น (Co-Q10) หรือ โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10) กันก่อนว่า มันคืออะไร ?

  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ไม่ใช่สารที่ให้พลังงานแก่เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย แต่โคคิวเท็น เป็นสารที่ทำให้สารอาหารต่างๆ ที่เรากินเข้าไปกลายไปเป็นพลังงานของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีอยู่ใน ไมโตคอนเดรีย (ครัวของเซลล์) ในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกายของเรา เป็นส่วนสำคัญในการสร้างพลังงานที่เรียกว่า ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งทำหน้าที่สร้างพลังงานมากถึง 95% ของพลังงานทั้งหมดในร่างกาย
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น จำเป็นต้องมีจำนวนมาก และเพียงพอ ซึ่งมีจำนวนมากบนผนังของไมโตคอนเดรียในเซลล์ โดยเฉพาะอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง อย่างเช่น ตับ ไต หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และตับอ่อน ซึ่งพบโคคิวเท็นปริมาณสูง เป็นต้น
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ยังช่วยเพิ่ม หรือขับออกซิเจนให้แก่เซลล์เนื้อเยื่อ เป็นตัวร่วมในกระบวนการหายใจระดับเซลล์ที่ใช้ออกซิเจน
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ละลายได้ในไขมัน คล้ายวิตามินอี
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีงานวิจัยจำนวนมากที่ได้ศึกษาถึงหน้าที่ของ “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น”
    • ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งสัญญาณขอเซลล์ในร่างกายจำนวนมาก
    • รวมถึงการถ่ายทอดของยีนหรือพันธุกรรมด้วย
    • ผลปรากฏว่า “โคคิวเท็น” อาจจะเกี่ยวข้องกับทุกพื้นที่ที่เกี่ยวกับสุขภาพของร่างกาย โดยการถ่ายทอดสัญญาณระหว่างเซลล์และควบคุมการแสดงออกของยีนหรือพันธุกรรม (Journal of the American College of Nutrition, 2001, 20:591-598)

แล้วเราต้องการ “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” มากน้อยแค่ไหนกัน

โดยปกติธรรมชาติร่างกายของเราสามารถสร้างโคเอ็นไซม์ คิวเท็นได้เอง แต่… แต่ว่าการสร้างเอ็นไซม์ คิวเท็น จำเป็นต้องใช้สารอาหาร และเอ็นไซม์หรือสารเคมีของร่างกายมากมายหลายอย่างด้วยกัน จึงทำให้การสร้างโคเอ็นไซม์ คิวเท็นที่สมบูรณ์ไว้ใช้งานในร่างกายได้ในปริมาณที่น้อยมาก

หากเราได้รับโคเอ็นไซม์ คิวเท็นน้อยเกินไป จะส่งผลทำให้ร่างกายของเรา อ่อนเพลียจากการที่เซลล์ไม่สามารถสร้างพลังงานได้อย่างเพียงพอ หัวใจจะเต้นไม่สม่ำเสมอ และมีผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายของเราลดลง

  • ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ต้องการเท่ากัน
  • สำหรับคนที่มีสุขภาพดี ต้องการ 20-30 มิลลิกรัม ต่อวัน
  • สำหรับคนที่มีสุขภาพไม่ดี ต้องการ 20-150 มิลลิกรัม ต่อวัน
  • ควรกินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน เพราะละลายได้ดีในไขมัน ทำให้ดูดซึมได้ดี
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็นนั้น มีความปลอดภัยสูง โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆ ที่รุนแรง จากงานวิจัย มีการบริโภคปริมาณสูงถึง 300-600 มิลลิกรัม ต่อวัน นอกจากอาการแค่คลื่นไส้ไม่สบายท้องเท่านั้นเอง

สาเหตุของการขาดโคเอ็นไซม์ คิวเท็น จากงานวิจัยพบว่า “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” ในร่างกาย จะลดลงเมื่อเรามีปัจจัยดังนี้

  • อายุมากขึ้น โดยระดับโคเอ็นไซม์ คิวเท็น จะสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 20 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง ตามวัย และอายุที่มากขึ้น
  • เป็นโรคบางชนิด อย่างเช่น หัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง ปวดเค้นหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย ความดันโลหิตสูง โรคพาร์คินสัน และโรคหืด
  • 50-75% ของผู้ป่วยโรคหัวใจมีภาวะขาดโคเอ็นไซม์ คิวเท็น
  • กินอาหารไม่สมดุล/ขาดสารอาหาร โดยเฉพาะที่จำเป็นในการสร้างโคเอ็นไซม์ คิวเท็น เช่น วิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น กรดโฟลิก ในอาซิน ไรโบฟลาวินส์ และไพริดอกซิน เป็นต้น
  • ร่างกายมีความต้องการใช้โคคิวเท็นมากเกินไป
  • ยาลดไขมันในเลือด ลดการทำงานของเอ็นไซม์ ทำให้ร่างกายขาดสารตั้งต้นในการสร้างโคคิวเท็น โดยยากลุ่มนี้จะเป็นยากลุ่มสเตติน เช่น โลวาสเตติน อะโทวาสเตติน เป็นต้น

despair-1235582_1920

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น สำคัญอย่างไร

  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น กับสุขภาพของหัวใจ โดยหัวใจของเรานั้น เต้นเฉลี่ยถึง 100,000 ครั้งต่อวัน ทุกๆ วัน ตลอดชีวิต ไม่มีหยุดพักผ่อน ไม่ลาหยุดพักร้อน หัวใจจึงต้องการพลังงานที่คงที่ เพื่อให้เต้นได้อย่างสม่ำเสมอ
  • หัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง ภาวะที่รุนแรงที่สุด หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” สามารถลดอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวได้ และยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์อเมริกา (American Journal of Therapeutics) ระบุว่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคเอ็นไซม์ คิวเท็น สามารถเพิ่มการส่งเลือดออกจากหัวใจได้มากกว่า 15.7% และเพิ่มระยะเวลาในการออกกำลังกายได้มากขึ้น 25.4%
  • โรคหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี สาเหตุหัวใจล้มเหลว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของมนุษย์ เกิดจากการสะสมของไขมันโดยตรงบนผนังหลอดเลือด หรือภาวะหลอดเลือดแข็งตัว “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” ลดการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว โดยจำกัดปริมาณไขมันที่จะไปสะสมบนผนังหลอดเลือด
  • เสริมวิตามินอี ร่วมกับโคเอ็นไซม์ คิวเท็น เพิ่มการป้องกันภาวะหลอดเลือดอุดตันได้มากกว่าการได้รับเพียงอย่างเดียว
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น สามารถลดแผลบนผนังหลอดเลือดได้ และลดการขยายตัวของโรคหลอดเลือดอุดตัน
  • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ลดการเกิดออกซิเดชั่นของ LDL คอเลสเตอรอลตัวไม่ดี ลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในเลือด และเพิ่ม HDL คอเลสเตอรอลตัวดีได้
  • อาการปวดเค้นหน้าอก  มีหลายรายงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ และในวารสารโรคหัวใจของอเมริกา (American Journal of Cardiology) ระบุว่า “ผู้ที่เคยรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคเอ็นไซม์ คิวเท็น สามารถลดโอกาสการเกิดอาการปวดเค้นหน้าอกได้”
  • เพิ่มขีดความสามารถ โดยทำให้เรา “ออกกำลังกายได้นานขึ้นด้วย”

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น กับการต้านอนุมูลอิสระ

การหายใจของเราแต่ละครั้งจะเกิดอนุมูลอิสระได้มากมาย “อนุมูลอิสระ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ร่างกายผลิตอนุมูลอิสระขึ้นจาก กระบวนการอักเสบภายในร่างกาย การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน สิ่งแวดล้อม ความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยเฉลี่ยเซลล์เราถูกโจมตีโดยอนุมูลอิสระทุกๆ 10 วินาที หรือประมาณ 10,000 ครั้งต่อวัน”

ผิวหนังมีสารต้านออกซิเดชั่นอยู่จำนวนมาก ได้แก่ วิตามินอี โคเอ็นไซม์ คิวเท็น กลูตาไธโอน เพอรอกซิเดส ซูเปอร์ออกไซม์ ไดมิวเทส เป็นต้น ซึ่งแสงแดดมีผลให้ปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายของเราลดลง และการมีอายุเพิ่มขึ้นพบว่ามีการสร้างโคเอ็นไซม์ คิวเท็นลดลงเช่นกัน จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยเมื่อมีอายุมากขึ้น

โคเอ็นไซม์ คิวเท็น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทั้งที่เกิดจากภายในร่างกายและจากสภาวะภายนอก จึงสามารถป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะเซลล์ที่กล้ามเนื้อหัวใจ และปกป้องการทำลายดีเอ็นเอของอนุมูลอิสระ

งานวิจัยผลดีของ “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” ต่อภาวะโรคต่างๆ

  • ความดันโลหิตสูง โคเอ็นไซม์ คิวเท็น 33.3 มก. สามารถช่วยลดความดันทั้งค่าบน และค่าล่างได้
  • มะเร็ง โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ต่อต้านมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
  • ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โคเอ็นไซม์ คิวเท็น เพิ่มสาร Antibody ได้และเพิ่มความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรค
  • โรคพาร์คินสัน โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยลดความผิดปกติของไมโตคอนเดรียที่พบในโรคพาร์คินสันได้ ช่วยให้อาการโรคพาร์คินสันลดลง
    • โคเอ็นไซม์ คิงเท็น 360 มก.ต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ช่วยลดความผิดปกติทางสายตาและอาการอื่นๆ ในคนที่เป็นโรคพาร์คินสันได้
    • โคเอ็นไซม์ คิวเท็น 300-1,200 มก.ต่อวัน ป้องกันหรือลดอาการในผู้ป่วยพาร์คินสันให้ดีขึ้น
  • โรคอัลไซเมอร์ โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยชะลอการพัฒนาของโรคอัลไซเมอร์ได้

skin-care-1122664_1920

“โคเอ็นไซม์ คิวเท็น” กับความสวยความงาม  ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ และช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายโดยรังสียูวีจากแสงแดด

การนำโคคิวเท็นไปผสมในเครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกผลเป็นอย่างไรบ้าง

  • จะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้น้อย
  • สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังชั้นนอกได้ประมาณ 20%
  • สามารถซึมผ่านผิวหนังแท้ได้ประมาณ 3%
  • ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของโคเอ็นไซม์ คิวเท็นที่มีในผลิตภัณฑ์
  • ความสามารถของตัวกลางที่จะพาเข้าสู่ผิวหนัง หากตัวกลางมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

สรุปได้แบบนี้ครับ “การได้รับจากอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่เลือด และอวัยวะต่างๆ ได้ดี ซึ่งจะให้ผลดีในด้านสุขภาพโดยรวมมากกว่ารับจากข้างนอกเข้ามา”

คอนเทนท์นี้ยาวสักหน่อยนะครับ แต่ผมบอกได้เลยว่ามันมีประโยชน์กับทุกคนที่ต้องการจะเปลี่ยนชีวิตให้มีความสุข สุขภาพดีได้ด้วย “โคเอ็นไซม์ คิวเท็น”

การเสริม โคเอ็นไซม์ คิวเท็น เป็นสิ่งที่จำเป็นและดีต่อสุขภาพ แต่เราต้องเลือกเป็นด้วยว่า โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ที่ดีต่อสุขภาพ และคุ้มค่า ต้องเลือกอย่างไร ? คอนเท็นหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังครับ อดใจรอนะคร้าบผม

คลิกลิงค์ ผลิตภัณฑ์โคเอ็นไซม์ คิวเท็น สารอาหารเปลี่ยนชีวิต

ฝากช่วยกด Like กด Share ด้วย ขอบคุณครับผม

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

อ้วนลงพุง รู้ได้อย่างไร มีผลต่อร่างกายอย่างไร

ไม่น่าถามนะ ว่าอ้วนลงพุงหรือเปล่า ? ดูด้วยตาก็รู้  ใช่ครับ ดูด้วยตาก็รู้ แต่มันขนาดไหนกันที่เรียกว่า อ้วนลงพุง แล้วมันมีอะไรที่เป็นสัญญาณ หรือข้อบ่งชี้บ่งบอกว่าเราอ้วนลงพุงล่ะ ! มาดูกันครับ

bikini-841082_1280คนอ้วนลงพุงเราก็เห็นมากมายในเมืองไทยอันอุดมสมบูรณ์ของเรา ซึ่งก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปแหละ แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่มันชัดเจน เจ๋งเป้ง คือ มีพุง ล้ำหน้ามากกว่าคนปกติทั่วไปนั่นเอง หรือหลายคนจะบอกว่ายืนตรง แล้วก้มมองปลายเท้าดูว่ามองเห็นหรือเปล่า ? ก็ได้ครับวิธีนั้น แต่เรามีวิธีที่เป็นหลักเป็นการหน่อย คือ การวัดที่รอบเอวซะเลย หาสายวัดมาวัดรอได้เลยครับ แล้วมาดูว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยไม่ควรมีรอบเอวเกินจากนี้ มีค่าเกณฑ์แยกชายหญิงดังนี้ครับ เกินจากนี้ถือว่าอ้วนลงพุง

slimming-2728331_1920

ผู้ชาย ที่มีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร (ประมาณ 35.5 นิ้ว)

ผู้หญิง ที่มีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร (ประมาณ 31.5 นิ้ว)

เมื่อเรามีขนาดรอบเอวเกินมาตรฐาน แล้วยังไง ? ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ไม่มีอะไรก็ดีไปครับ แต่เรามักจะตรวจเจออาการอื่นๆ แอบแฝงมากับมวลไขมันรอบเอวของเราหลายอย่างด้วยกัน คือ

  • ความดันโลหิตสูง มากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท
  • น้ำตาลในเลือดสูง ตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
  • ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
  • คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL Cholesterol) ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชาย หรือต่ำกว่า 50 ลิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สำหรับผู้หญิง

ส่งท้ายกันด้วยสัญญาณเตือนที่มาพร้อมกับความอ้วน

headache-2058476_1920บางครั้ง อาการปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะอาจเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกเราว่า เส้นเลือดสมองของเรากำลังทำงานผิดปกติ หรือผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเข้าขั้นเบาหวานอาจมีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หากความผิดปกติแบบนี้มาเยือนร่างกายเวลาเดียวกับที่รอบเอวที่เพิ่มขึ้น นั่นก็หมายความว่าโรคร้ายต่างๆ ได้เริ่มเข้าใกล้คุณมากกว่าที่เราคิดแล้วครับ

อยู่ที่พวกเราทุกคนแล้วละครับ ว่าอยากเก็บพุงไว้ หรือขจัดมันออกไป เพื่อสุขภาพดีมีสุขของเรา อยู่กันยาวๆ ปาย

ลิงค์แนะนำ ลดน้ำหนักด้วยบอดี้คีย์ (BodyKey) จาก 77 เหลือ69

ฝากช่วยกด Like กด Share ด้วย ขอบคุณครับผม

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยสอบถามกันได้ที่ Line ID : @chavanut และ IG: chavy212