กินนิด กินหน่อยก็อ้วน ยิ่งลดน้ำหนัก ยิ่งอ้วนมากกว่าเดิม เพราะ…….อารายแว้!!!

ปัญหาเหล่านี้ กินนิด กินหน่อยก็อ้วน ยิ่งลด ยิ่งอ้วนมากว่าเดิม เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ เรามาดูกันว่ามันเพราะอารายแว้!!! ข้อมูลความรู้ทำให้เรา สามารถที่จะพิจารณาไคร่ครวญได้ ไม่ต้องมานั่งคิดเอง เออเอง ซึ่งทำให้ผิดเพี้ยนไปได้

 

เคยสังเกตุกันมั๊ยครับว่า คนไทยที่เดินมาทุกๆ 3 คนจะมีคนอ้วน 1 คน คุณคือ 1 ใน 3 ที่อ้วนหรือ 2 ใน 3 ที่ไม่อ้วนหรือเปล่า บางคนอาจจะเถียง อ้วนแล้วไง? ก็ไม่ไงหรอกครับ แค่จะบอกว่า ถ้าคุณเป็น 1 ใน 3 ที่อ้วน ขอแสดงความยินดีว่า คุณมีโอกาสได้เป็นโรคดังต่อไปนี้ ดีใจมั๊ยครับ!!! ลองมองดูคนใกล้ตัว รอบๆ ตัวเราดูว่ามีบ้างหรือเปล่าที่อ้วนแล้ว เป็นโรคตามด้านล่างเหล่านี้ ผมคนนึงล่ะที่มี เอาคนที่ใกล้ชิดผมที่สุดก็แล้วกัน ก็พ่อของผมเองครับ เริ่มจากอ้วนลงพุง แล้วก็เบาหวาน ตามมาด้วยเส้นเลือดหัวใจตีบ สุดท้ายพ่อผมก็เสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ นั่นคือเหตุผลข้อนึงว่า ต่อมามันทำให้ผมเริ่มหันมาสนใจ เรียนรู้ เรื่องสุขภาพ การลดน้ำหนัก และลงมือทำด้วยตัวเองครับ

1. ไขมันในเลือดสูง
2. ความดันเลือดสูง
3. ว่าที่เบาหวาน
4. เบาหวาน
5. อัมพาต อัมพฤกษ์
6. โรคหัวใจ

 


อ้าวเหรอ! หลายคนเสียงเริ่มอ่อน แล้วมันอ้วนมาจากอะไร ? ผมว่าหลายคนก็รู้ตัวดีครับ แต่บางคนก็มองไม่เห็นเพราะมันเป็นวิถีชีวิตในทุกๆวันของเรา มันฝังอยู่ในตัวเราจนเราละเลยมองไม่เห็น ผมจะบอกว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนในปัจจุบันมาจากวิถีชีวิตเหล่านี้ครับ

1. วิถีชีวิตไม่กระฉับกระเฉง เนือย นิ่ง
2. พฤกติกรรมที่ไม่ดี เช่น นอนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลัง ปาร์ตี้บ่อย
3. อาหารที่รับประทาน คุณภาพต่ำ
4. สัดส่วนในการบริโภคอาหารไม่เหมาะสมมากเกินไป
5. รายได้ต่ำ ทำให้ซื้อได้แค่อาหารคุณภาพต่ำ ราคาถูก เช่น พวกแป้ง
6. ราคาอาหารที่ทำให้อ้วนมักจะราคาถูก
7. อาหารโภชนาการต่ำ สารอาหารไม่ครบ ไม่ได้สัดส่วน

 


เหรอ เหรอ เหรอ !!! แล้วมันจะลดน้ำหนักให้กลับไปหุ่นสเลนเดอร์ สุขภาพดี เหมือนตอนวัยเอาะ เอาะ ได้ยังไงบอกหน่อยดิ ? บอกเลยว่าต้องเข้าใจสิ่งนี้ก่อน จำไว้นะครับ

1. กิน เท่ากับ ใช้ (น้ำหนัก เท่าเดิม)
2. กิน มากกว่า ใช้ (น้ำหนัก เพิ่มขึ้น)
3. กิน น้อยกว่า ใช้ (น้ำหนัก ลดลง)
อยากผอมก็ต้องข้อ…… (เฉลย ข้อ 3)

ตัวอย่างง่ายๆ เลยนะครับ หากเราลดแคลอรี่ได้จากที่เคยกินวันละ 500 แคลอรี่ ครบ 7 วันเท่ากับ 3,500 แคลอรี่ น้ำหนักของเราจะลดไป 0.5 กิโลกรัม ทำไปจนครบ 1 เดือน เราจะลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 2 กิโลกรัม เห็นมั๊ยว่ามันง่ายนิดเดียว แต่ทำมั๊ย! ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ต้องเลือกเอง ทำเอง ไม่มีใครทำแทนเราได้ หากตัดสินใจที่จะลดน้ำหนักก็ต้องรู้วิธีการลดที่ถูกต้อง ปลอดภัย ด้วยครับ

 

อืม เข้าใจล่ะ!! แต่ว่าเคยเห็นวิธีการลดน้ำหนักมีเยอะแยะมากมาย ไม่รู้ว่าแต่ละวิธีดี ไม่ดี แตกต่างกันยังไง ? วานบอก ได้ครับผม ตั้งใจอ่านนะ ผมจะแบ่งเป็นกลุ่มๆ เริ่ม….ละนะ !!!!!

1. อดอาหาร ยาลด นน. กาแฟลด นน. ก็เป็นการลดปริมาณอาหารที่กินให้น้อยลง แคลอรี่ก็น้อย ทำให้ได้สารอาหารไม่ครบ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญบกพร่อง น้ำหนักลดลง แต่พอออกคอร์สหรือหยุดกิน ก็จะกลับมาอ้วนใหม่หรือเรียกว่า โยโย่!!! คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดัน เป็นต้น อาจอันตรายถึงตายได้
2. คุมแคลอรี่ด้วยการควบคุมอาหาร คือกินน้อยมาก อดอาหาร มื้อเย็นงดอดไม่กิน ผลก็เหมือนกับข้อแรก เพราะวิธีนี้ทำให้ระบบเผาผลาญบกพร่อง แล้วถ้าทำหลายครั้ง ผลจะกลับมาอ้วนมากกว่าเดิม กินนิดหน่อยก็ยังไม่ผอม อันตรายครับ
3. ใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารและตัวช่วย วิธีนี้ก็เป็นการควบคุมปริมาณอาหารกับแคลอรี่เหมือนกัน แต่ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะมีสารอาหารครบในแต่ละมื้อที่ร่างกายต้องการ ทำให้ได้สารอาหารครบถ้วน พอเพียง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้สมบูรณ์ น้ำหนักเลยลดลงแบบไม่โทรม ไม่เสียสุขภาพ พอออกคอร์ส อาการโยโย่ ก็จะไม่มีเป็นการลดแบบให้ผลรวดเร็ว ปลอดภัย แต่ก็แลกมาด้วยเงินที่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาช่วยในการลดน้ำหนัก

จากประสบการณ์ที่ผมลดน้ำหนักได้สำเร็จ ก็จากข้อ 3 ใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร และตัวช่วย ผมลดไป 8 กิโลกรัม ก่อนหน้านั้นผมก็เคยใช้วิธีตามข้อ 2 คุมอาหารเอง มันก็ลดได้ แต่พอลดได้แค่ 3 กิโลกรัม มันก็หยุดนิ่งเลย ทำยังไงก็ไม่ลงอีกเลย จนท้อใจ เลิก กลับไปกินเหมือนเดิมดีกว่า ประชดชีวิตไปเลย จนน้ำหนักพุ่งขึ้น จนทนตัวเองไม่ไหว ก็มาโอเคกับแนวทางผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารนี่แหละครับ ตอนนี้สบายตัว มั่นใจในตัวเองมากขึ้น

สุดท้ายจากประสบการณ์และข้อมูล หวังว่าทุกท่านที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวคงจะสามารถเลือกได้นะครับว่า วิธีไหนดีต่อตัวเรา ไม่มีใครรู้ตัวเราได้ดี เท่ากับตัวเราเองครับ ผมมีคำถาม 2 ข้อที่จะถาม ลองตอบในใจดูครับว่า จะเลือกข้อไหน
1. จ่ายเงิน หมื่นกว่าบาท เพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดี หรือ
2. จ่ายเงิน หมื่นกว่าบาท เพื่อรักษาโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน หลอดเลือด
ก็อยู่ที่เราเลือก ฝากคำนี้ไว้ครับ คุณเป็นอย่างที่คุณกิน (You are what you eat)

ฝากช่วยกด Like กด Share ด้วย ขอบคุณครับผม

เป็นเพื่อนแชทพูดคุยกันได้ที่ Line id : chavanut

หรือถนัด Talk ก็นี่เลย! มือถือ : 080 966 6866

Leave a Comment